รูปแบบ นวัตกรรม หรือ Best Practice

การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน จำเป็นต้องมีกลไกที่เชื่อมโยงนโยบาย ข้อมูลสารสนเทศ การทำงานร่วมกันขององค์คณะบุคคลและเครือข่าย ตลอดจนการนำผลติดตามกลับไปใช้พัฒนางาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 จึงพัฒนา “รูปแบบการขับเคลื่อนจุดเน้นการจัดการศึกษาด้วยหลักการค่านิยมองค์กร (STQ) ผสานการผึ้งพาร์ (Bee-par) เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้สู่องค์กรคุณภาพ” และดำเนินงานต่อเนื่องในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2568

ภาพสรุปอินโฟ เอกสารหลักฐาน ร่องรอยประกอบ

อินโฟและเอกสารร่องรอยตัวชี้วัด 1.2

หน้านี้รวมภาพสรุปและหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับตัวชี้วัดนี้โดยตรง

ประเด็นพิจารณา 1.2

การสร้าง/พัฒนารูปแบบ นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ของการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา

การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน จำเป็นต้องมีกลไกที่เชื่อมโยงนโยบาย ข้อมูลสารสนเทศ การทำงานร่วมกันขององค์คณะบุคคลและเครือข่าย ตลอดจนการนำผลติดตามกลับไปใช้พัฒนางาน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 จึงพัฒนา “รูปแบบการขับเคลื่อนจุดเน้นการจัดการศึกษาด้วยหลักการค่านิยมองค์กร (STQ) ผสานการผึ้งพาร์ (Bee-par) เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้สู่องค์กรคุณภาพ” และดำเนินงานต่อเนื่องในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2568

หลักฐานที่เกี่ยวข้อง: เอกสารเสนอผลงาน แผน ก.ต.ป.น. ปี 2566–2568 แผนปฏิบัติการนิเทศ ปี 2567–2568 รายงานผล ก.ต.ป.น. รายงานผลโครงการ 54 โครงการ และหลักฐานเวที “หัวกับใจ ศาสตร์และศิลป์แห่งพหุปัญญา” ซึ่งมีผู้ร่วม 400 คน นิทรรศการ 14 กลุ่มโรงเรียน และ Best Practice 57 ผลงาน

ภาพสรุปตัวบ่งชี้

การสร้าง พัฒนา ใช้ และขยายผลรูปแบบ ตามประเด็นการพิจารณาที่ 1.2

จากการทบทวนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่าข้อมูลสารสนเทศบางส่วนยังไม่เชื่อมโยงกัน การประสานงานระหว่างกลุ่มงานและเครือข่ายยังต้องอาศัยกลไกกลาง และการนำผลติดตามกลับไปใช้พัฒนางานยังไม่เป็นวงจรเดียวกัน จึงนำค่านิยมองค์กร STQ ได้แก่ Service, Team & Technology และ Quality มาผสานกับหลักการผึ้งพาร์ที่เน้นการพึ่งพาอาศัย การมีส่วนร่วม และการทำงานเป็นเครือข่าย เพื่อให้ ก.ต.ป.น. อ.ก.ต.ป.น. 14 กลุ่มโรงเรียน กลุ่มงาน และสถานศึกษาร่วมขับเคลื่อนงานตามภารกิจ 4 ด้านอย่างต่อเนื่องในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2568

ครบเงื่อนไขระดับ 5
เกณฑ์ระดับคุณภาพ 5 ตามแบบติดตาม ก.ต.ป.น. ต้นแบบ ระดับ 5
มีการสร้างหรือพัฒนารูปแบบ นวัตกรรม หรือวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ สำหรับการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา
ระบุชื่อผลงาน ประเภทผลงาน และขั้นตอนหรือวิธีการสร้าง พัฒนา และนำผลงานไปใช้ได้อย่างชัดเจน
ขับเคลื่อนผลงานสู่การปฏิบัติตามแผนที่กำหนด มีรายงาน คู่มือ เครื่องมือ และร่องรอยการใช้จริงตรวจสอบได้
มีผลการประเมิน การนำผลไปปรับปรุง และเวทีแลกเปลี่ยนผลงานที่ยืนยันว่าผลงานสามารถเป็นแบบอย่างได้
3 ปีผลการดำเนินงานต่อเนื่อง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566–2568
4 ด้านขับเคลื่อนงานวิชาการ งบประมาณ บริหารงานบุคคล และบริหารทั่วไป
119 แห่งสถานศึกษาในสังกัดเป็นกลุ่มเป้าหมายของการติดตามและพัฒนา
48/54โครงการปี 2568 บรรลุตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ 88.89
400 คนผู้บริหารและครูร่วมเวทีแลกเปลี่ยน “หัวกับใจ ศาสตร์และศิลป์แห่งพหุปัญญา”
57 ผลงานผลงาน Best Practice ที่ส่งเข้าร่วม พร้อมนิทรรศการจาก 14 กลุ่มโรงเรียน
พัฒนาการขับเคลื่อนงาน ก.ต.ป.น. จากผลการดำเนินงาน พ.ศ. 2566–2568

ใช้ข้อมูลจริงจากแผน ก.ต.ป.น. แผนปฏิบัติการนิเทศ รายงานผล และรายงานโครงการเป็นฐาน ร่วมกับงานวิจัยเชิงประเมินตามกรอบ CIPP Model กลุ่มตัวอย่าง 425 คน ผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ 30 คน และเครื่องมือที่มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ 0.97 เพื่อประเมินและปรับปรุงการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ งานนี้เป็นการวิจัยเชิงประเมิน ไม่ใช่การวิจัยและพัฒนา (R&D) และไม่เรียกผลงานนี้ว่าเป็นรูปแบบการนิเทศ

พ.ศ. 2566 วางฐานการดำเนินงานด้วยคู่มือ แผน ก.ต.ป.น. บทบาทคณะกรรมการ และค่านิยมองค์กร STQ ผสานหลักการผึ้งพาร์
พ.ศ. 2567 เชื่อมแผน ก.ต.ป.น. กับแผนปฏิบัติการนิเทศ กำหนดเป้าหมาย เครื่องมือ ปฏิทิน และผู้รับผิดชอบให้ครอบคลุมภารกิจ 4 ด้าน
ขยายการมีส่วนร่วมผ่าน ก.ต.ป.น. อ.ก.ต.ป.น. 14 กลุ่มโรงเรียน กลุ่มงาน ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร ครู และภาคีเครือข่าย
พ.ศ. 2568 บูรณาการแผนประจำปี แผน ก.ต.ป.น. และแผนปฏิบัติการนิเทศ แล้วกำกับติดตามผลโครงการและผลการดำเนินงานรายด้าน
นำข้อมูลผลสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานมาประเมินและปรับปรุงการขับเคลื่อนงานรอบถัดไป
จัดเวทีแลกเปลี่ยนระดับเขตพื้นที่ “หัวกับใจ ศาสตร์และศิลป์แห่งพหุปัญญา” เพื่อเผยแพร่ผลงานและขยายผลการปฏิบัติที่ดี
กลไกการขับเคลื่อนและหลักฐานยืนยันความเป็นแบบอย่าง
ที่มาและความสำคัญของรูปแบบ
คณะกรรมการ ก.ต.ป.น. เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงนโยบายการศึกษาสู่การปฏิบัติของสถานศึกษา การดำเนินงานจึงต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลา การประสานงานระหว่างองค์คณะบุคคล กลุ่มงาน ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร ครู และภาคีเครือข่าย ตลอดจนการนำผลติดตามกลับไปใช้พัฒนาคุณภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจึงนำค่านิยมองค์กร STQ มาผสานกับหลักการผึ้งพาร์ และกำหนดเป็นกรอบการขับเคลื่อนงาน ก.ต.ป.น. ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
การขับเคลื่อนตามแผนและใช้จริง
ขับเคลื่อนผลงานอย่างต่อเนื่องในปี 2567–2568 โดยเชื่อมแผน ก.ต.ป.น. แผนปฏิบัติการนิเทศ และแผนปฏิบัติการประจำปี กำหนดเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ เครื่องมือ ปฏิทิน และการรายงานผลครอบคลุมภารกิจ 4 ด้าน พร้อมใช้ข้อมูลและข้อเสนอแนะกลับไปปรับปรุงงาน
ประเมินผล ปรับปรุง และแลกเปลี่ยนผลงาน พ.ศ. 2568
ใช้รายงานผล ก.ต.ป.น. และรายงานโครงการตามแผนปฏิบัติการเป็นฐานประเมินแบบมีส่วนร่วม ผู้รับผิดชอบรายงานผลสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ แล้วนำข้อค้นพบไปปรับปรุงแผนและการดำเนินงาน พร้อมจัดเวที “หัวกับใจ ศาสตร์และศิลป์แห่งพหุปัญญา” เพื่อแลกเปลี่ยน Best Practice ของผู้บริหารและครูในพื้นที่
ผลการดำเนินงานตามองค์ประกอบของเกณฑ์ระดับ 5
1. ที่มา ความจำเป็น และฐานการพัฒนา พ.ศ. 2566
สาระสำคัญ: ผลการทบทวนบริบทสะท้อนความจำเป็นในการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศ การทำงานร่วมกันขององค์คณะบุคคลและเครือข่าย ตลอดจนการติดตามผลให้สนับสนุนการตัดสินใจและการพัฒนาคุณภาพอย่างเป็นระบบ
การดำเนินงาน: พัฒนา “รูปแบบการขับเคลื่อนจุดเน้นการจัดการศึกษาด้วยหลักการค่านิยมองค์กร (STQ) ผสานการผึ้งพาร์ (Bee-par) เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้สู่องค์กรคุณภาพ” โดยกำหนดบทบาทของ ก.ต.ป.น. กลุ่มงาน และเครือข่าย ใช้แผน คู่มือ ข้อมูลสารสนเทศ และเครื่องมือเป็นฐานการดำเนินงานตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566
ผลและร่องรอยที่ตรวจสอบได้
  • มีเอกสารเสนอผลงาน แผน ก.ต.ป.น. ปี 2566 คู่มือ และรายงานการพัฒนารูปแบบที่เปิดตรวจสอบได้
  • กรอบผลงานเชื่อม Service, Team & Technology และ Quality กับหลักการพึ่งพาและการมีส่วนร่วมของเครือข่าย
2. การขับเคลื่อนตามแผน พ.ศ. 2567–2568
สาระสำคัญ: การขับเคลื่อนให้เกิดผลต้องเชื่อมแผน ก.ต.ป.น. กับแผนปฏิบัติการนิเทศและแผนปฏิบัติการประจำปี เพื่อให้เป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ เครื่องมือ และการรายงานผลเป็นทิศทางเดียวกัน
การดำเนินงาน: ก.ต.ป.น. อ.ก.ต.ป.น. 14 กลุ่มโรงเรียน กลุ่มงาน และสถานศึกษาร่วมดำเนินงานตามปฏิทิน ติดตามผลครอบคลุม 4 ด้าน และใช้ข้อมูลกับเทคโนโลยีช่วยรวบรวมร่องรอยและข้อเสนอแนะ
ผลและร่องรอยที่ตรวจสอบได้
  • มีทั้งแผน ก.ต.ป.น. และแผนปฏิบัติการนิเทศ ปีงบประมาณ 2567–2568 ตรวจสอบความต่อเนื่องได้
  • สถานศึกษาในสังกัด 119 แห่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย และมีกรอบติดตามครอบคลุมงาน 4 ด้าน
3. การประเมินแบบมีส่วนร่วมและนำผลไปปรับปรุง
สาระสำคัญ: ใช้รายงานผลจริงเป็นฐานให้ผู้รับผิดชอบและผู้เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบผลสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ แล้วนำข้อมูลกลับเข้าสู่การวางแผนและพัฒนางาน
การดำเนินงาน: ติดตามผลโครงการตามแผนปฏิบัติการ ปี 2568 จำนวน 54 โครงการ วิเคราะห์ผลสำเร็จรายโครงการ การใช้จ่ายงบประมาณ และข้อเสนอแนะ พร้อมเชื่อมผลกับรายงาน ก.ต.ป.น. และการปรับแผนรอบต่อไป วิธีการนี้เป็นการประเมินแบบมีส่วนร่วมจากการปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่ R&D
ผลและร่องรอยที่ตรวจสอบได้
  • โครงการบรรลุตัวชี้วัด 48 จาก 54 โครงการ คิดเป็นร้อยละ 88.89
  • รายงานแสดงผลรายด้าน การใช้จ่ายงบประมาณ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะที่นำไปใช้พัฒนางานได้
4. เวทีแลกเปลี่ยนและร่องรอยความเป็นแบบอย่าง
สาระสำคัญ: การเป็นแบบอย่างในช่วงผลการดำเนินงานปี 2566–2568 ยืนยันจากพื้นที่แลกเปลี่ยนผลงานจริงของเขตและผลงาน Best Practice ที่ผ่านการรวบรวมตรวจสอบ
การดำเนินงาน: จัดเวที “หัวกับใจ ศาสตร์และศิลป์แห่งพหุปัญญา” ภายใต้โครงการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในการพัฒนาพหุปัญญารายบุคคล มีการนำเสนอ Best Practice นิทรรศการกลุ่มโรงเรียน และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วม
ผลและร่องรอยที่ตรวจสอบได้
  • มีผู้บริหารและครูร่วมกิจกรรม 400 คน และนิทรรศการจาก 14 กลุ่มโรงเรียน
  • มีผลงาน Best Practice ส่งเข้าร่วม 57 ผลงาน แยกเป็นผู้บริหาร 6 ผลงาน และครู 51 ผลงาน

หลักฐานสำคัญตามแบบกำกับติดตามฉบับส่ง สพฐ.

การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน จำเป็นต้องมีกลไกที่เชื่อมโยงนโยบาย ข้อมูลสารสนเทศ การมีส่วนร่วมของเครือข่าย และการติดตามผลให้เป็นระบบเดียวกัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1 จึงพัฒนารูปแบบการขับเคลื่อนจุดเน้นการจัดการศึกษาด้วยหลักการค่านิยมองค์กร (STQ) ผสานการผึ้งพาร์ (BEE-par) เพื่อส่งเสริมระบบนิเวศการเรียนรู้สู่องค์กรคุณภาพ และยืนยันผลด้วยงานวิจัยเชิงประเมินฉบับสมบูรณ์ 156 หน้า ตามกรอบ CIPP Model จากข้อมูลปี พ.ศ. 2567–2568

ภาพกิจกรรมประกอบตัวชี้วัด